ภท. แนะนำ รัฐบาล หยุดแก้ไขกฎหมาย เร่งช่วยเหลือราษฎร st.dalfour ก่อนที่ปัญหาต่างๆจะบานปลาย นาย ศุภชัย ใจสมุทร โฆษกภท. กล่าวว่า st.dalfour การที่ พรรคเพื่อไทย มีชัยการเลือกตั้งมาอย่างมากมาย แสดงว่าราษฎรให้ความมั่นใจในการแก้ไขปัญหาของประเทศที่จะเกิดขึ้น ดังนั้น พรรคเพื่อไทย ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นผู้นำ และเป็นนายกฯหญิงคนแรก st.dalfour จะต้องบริหารโดยเลี่ยงการขัดกันที่อาจจะเกิดขึ้นและบานปลายได้ อาทิเช่นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หรือการแต่งตั้ง พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต เป็นรัฐมนตรี กระทรวงกลาโหม เพื่อเข้าไปแก้ พระราชบัญญัติกลาโหม st.dalfour พร้อมกับแนะนำว่า สิ่งที่รัฐบาลสมควรทำ และเร่งเริ่มทำทำในระยะนี้ คือ การแก้ไขปัญหาเหตุค่าเลี้ยงชีพ ความเป็นอยู่ของราษฎร ปัญหาเศรษฐกิจที่ดีต่อประเทศชาติเป็นหลัก หรือพูดง่ายๆ ว่า ช่วยเหลือราษฎรกอนที่จะคิดขจัดปัญหากฎหมายต่างๆ ที่จะนำมาซึ่งการขัดกัน st.dalfour
นักแขียนประจำหมวดหมู่
บริษัท การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย เผย hosting เติมแก๊ส เอ็นจีวี ให้รถรับจ้างสาธารณะแล้ว 65,000 ใบ หรือ ๙๕ % ขยายเวลาให้อีก ๑ เดือน เริ่ม ๑ – ๒๙ ก.พ. ที่ hosting เจเจมอลล์ คุณพีระพงษ์ อัจฉริยชีวิน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยจำกัด (มหาชน) บอกว่าตามที่การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ได้รับมอบหน้าที่จากกระทรวงพลังงาน hosting ให้ดำเนินการมอบบัตรเติมแก๊ส NGV เพื่อใช้แสดงสิทธิ์ส่วนลดในราคาจำหน่ายปลีกแก๊ส NGV ให้กับกลุ่มผู้ประกอบการค้ารถแท็กซี่ สามล้อ รถตู้ รถโดยสารร่วม ขสมก.และสองแถวเล็กในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และบริเวณรอบๆที่ได้กำหนดสิทธิ์ส่วนลดราคาจำหน่ายปลีกก๊าซ เอ็นจีวี ในอัตรากิโลกรัมละ 50 สต. -๒ บาท ตั้งแต่วันที่ ๑๖ ม.ค. ที่ผ่านมา จนถึงวันที่ 27 ม.ค. การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ได้มอบบัตรไปแล้วมิต่ำกว่า ๖๕๐๐๐ คัน หรือคิดเป็นร้อยละ 95 ของจำนวนรถทั้งหมด ที่ได้รับสิทธิ์ส่วนลดในการเติมก๊าซ ทั้งนี้ การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ได้ขยายช่วงเวลาการจัดทำบัตรเติมแก๊ส เอ็นจีวี รวมทั้งเปิดประกาศรับ และมอบบัตรเครดิตพลังงาน เอ็นจีวี เพิ่มเติม ในช่วงวันที่ ๑ – ๒๙ ก.พ. นี้ ที่ hosting เจเจมอลล์ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ – ๑๗.๐๐ นาฬิกา
หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ออก ถ้อยแถลง ขอโทษสื่อมวลชน ในการพาดพิงรับอามิสสินจ้างบ่อนการเสี่ยงโชค
นาย ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ออกถ้อยแถลงเหตุ หาว่าสื่อมวลชน รับอามิสสินจ้าง เรื่องบ่อนการเสี่ยงโชค โดยระบุว่า ตนรู้สึกเสียใจและขอโทษมา ณ ที่นี้ ต่อการที่ตนได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อวิทยุ ในการหาว่าว่า ขณะนี้อำนาจของบ่อนการเสี่ยงโชคได้ซึมไปทุกกลุ่มมิว่าจะป็น ตำรวจ พลเรือนข้าราชการการเมือง โดยได้พาดพิงไปถึงสื่อมวลชน จนเป็นเหตุให้กระเทือนต่อเกียรติและเกียรติของสื่อมวลชนที่ดี และกระทบต่อความรู้สึกของสื่อมวลชนทุกแขนง โดยยืนยันว่า ตนไร้เจตนาที่จะที่จะทำลายเกียรติของสื่อมวลชน แต่ประการใด
กระทรวงใบปลิว เช็คสุขภาพปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรอินโดนีเซียกำชับ ราษฎรใบปลิว เฝ้าจงระมัดระวังการระบาดไข้หวัดนก ช่วงฤดูฝนนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ – 20 มกราคม ๒๕๕๕ ด็อกเตอร์ Syukur Iwantoro กระทรวงเช็คสุขภาพปศุสัตว์ กระทรวงอินโดนีเซีย ออกมาเตือนราษฎรให้เฝ้าระมัดระวังการระบาดของไข้หวัดนก ใบปลิวในช่วงฤดูฝนนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ – 20 มกราคม ๒๕๕๕ มีไข้หวัดนกระบาดในหมู่บ้าน ๗ แห่ง ใน ๖ จังหวัดของในอินโดนีเซีย ดังนี้ จังหวัดชวากลาง (เกิดการระบาดในหมู่บ้าน 2 แห่ง) จังหวัดชวาตะวันออก จังหวัดเรียว จังหวัดกาลีมันตันตะวันออก จังหวัดจัมบี และ จังหวัดซูลาเวซีใต้ จากการระบาดทั้งหมดใน ๖ จังหวัด เป็นเหตุให้ไก่ ๑๐๗๓ ตัวตาย โดยจังหวัดที่มีไก่ตายมากที่สุดคือ จังหวัดซูลาเวซีใต้ มีไก่ตาย 723 ตัว นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซีย ให้ข่าวสารเพิ่มว่า มีผู้ตายจากไข้หวัดนกในนครจาการ์ตา 2 ราย โดยผู้ป่วยรายแรกเป็นชาย อายุ ๒๓ ปี ตาย เมื่อวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๕๕ ใบปลิวและผู้ตายรายที่ 2 เป็นเด็กหญิงอายุ ๕ ปี ตายเมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๕
พณ เปรยประเทศญี่ปุ่นเตรียมการออกระเบียบปฏิบัติพื้นที่เพาะปลูกข้าวใหม่ หวาดหวั่นปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี จะส่งผลดีต่อการส่งออกข้าวไทยไปประเทศญี่ปุ่นโตเพิ่มขึ้น
คุณ ปราณี ศิริพันธ์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ พณ เปิดเผยว่า ในปี 2555 นี้ ทางการประเทศญี่ปุ่นจะออกระเบียบใหม่ ซึ่งจะมีการกำหนดพื้นที่ห้ามเพาะปลูกข้าว หากมีปริมาณการปนเปื้อนของสารกัมมันตรังสีมากกว่าที่กำหนด เหตุเพราะมีความกังวลด้านความปลอดภัยอาหารการกิน ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ในการปลูกข้าวของประเทศญี่ปุ่นลดลงน่าจะเป็นทางที่ดี สำหรับการส่งออกข้าวหอมมะลิของประเทศไทย เพราะว่าเป็นข้าวที่คุณภาพดีและความปลอดภัยสูง โดยมีแนวโน้มว่า จะสามารถเจาะตลาดผู้บริโภคข้าวในประเทศญี่ปุ่นได้เพิ่มขึ้น ในขณะที่การส่งออกสินค้าน้ำตาลทรายของไทยไปประเทศญี่ปุ่นในปีที่ผ่านมา มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว คิดเป็นปริมาณตลาดสูงสุดในประเทศญี่ปุ่นกว่าร้อยละ 79 แทนน้ำตาลทรายส่งออกจากประเทศออสเตรเลีย ที่ส่งออกได้ลดลง
